วิถีชาวบ้าน “การขึ้นบ้านใหม่” ของชาวไทย

 

ในปัจจุบันคนไทยเราเมื่อต้องทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เราก็ทำกันแบบที่เรียกว่า เรียบง่าย ไม่ยุ้งยากอะไร เพียงแค่เราเชิญแขกมาร่วมงานและก็มีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์และฉันเพลที่บ้าน แต่ว่าเราก็ต้องดูฤกษ์งามยามดี หรือว่าเราจะเอาฤกษ์สะดวกก็ได้ โดยพิธีในขั้นแรกเราต้องให้เจ้าบ้านไปนิมนต์พระสงฆ์กี่รูปเพราะว่าปกติแล้วเราจะต้องนิมนต์พระสงฆ์อย่างน้อย 5/7/9 รูปตามความเหมาะสม
จากนั้นเราก็มาจักพิธีการเตรียมข้าวของเพื่อที่จะทำพิธีต่างๆ และเราก้เชิญแขกให้มาร่วมงานในการที่เราทำบุญขึ้นบ้านใหม่

โดยการที่เราจะเข้าบ้านใหม่เราก็ต้องทำพิธีกรรมต่างที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ของเราดังนั้นเมื่อถึงยุคสมัยนี้บางพิธีกรรมบางอย่างอาจจะเลือนจางหายไปเพราะว่าด้วยพิธีกรรมอาจจะยุ้งยากหรือว่าทำได้อย่างเรียบง่าย โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลามากมายเพราะว่าการที่เราทำบุญขึ้นบ้านใหม่เราก็แค่ต้องการที่จะให้ทุกคนที่เข้ามาอยู่ อยู่กันอย่างสงบสบายใจไม่ทุกข์ไม่ร้อน ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข อยู่แล้วรวยๆ ดังนั้นในการที่เราจะปลูกบ้านใหม่เราก็ต้องดูว่าเราต้องปลูกบ้านแบบไหน เพราะว่าการที่เราปลูกบ้านเราก็ต้องดูฤกษ์งามยามดีเหมือนกันข้าวของที่เราต้องเตรียมสำหรับการเข้าบ้านใหม่นั้นมีอะไร

พิธีการเข้าบ้านใหม่แบบไทย

จริงๆแล้ว แค่การที่เราเอาพระมาสวดหรือว่าทำบุญนั้นก็เพียงพอแล้วแต่ถ้าเราต้องการที่จะทำแบบโบราณด้วยเราก้ทำได้
โดยการที่เราต้องเตรียมของขึ้นบ้านใหม่ดังนี้ ถุงเงิน ถุงทอง เงินเหรียญ 108 บาท เงินแบงค์ 1900บาท ถึงเปล่า 2ใบ ข้าว ถั่ว งา กลีบดอกกุหลาบกลีบดอกดาวเรือง กลีบดอกรัก กลีบดอกบไม่รู้โรย เครื่องครัว เครื่องประดับ ธูป เทียน และพระพุทธรูป จากนั้นเราก้เอาเงินที่เราเตรียมมานั้นใส่ในถุงเงิน แล้วให้เราพูดเสียงดังๆหรือพูดทำนองว่าเรามีเงินเยอะ เสร็จแล้วก็ให้นำถุงเงินและเครื่องประดับไปใส่ไว้ในถุงทอง พร้อมนำข้าวและน้ำใส่ลงในถังที่เตรียมให้เต็ม จากนั้นเราก็ค่อยเดินเอาเข้าบ้านแต่ว่าอย่าทำน้ำหก
จากนั้นก็เอาดอกไม้ที่เราเตรียมไว้ไปโรย จากนั้นก็เอาเครื่องครัวและของใช้ที่นอนเอาเข้าบ้านแต่ในระหว่างทางที่เราเอาของเข้าบ้านให้เรานั้นพูดแต่เรื่องดีๆพอขนของเข้าบ้านเสร็จเรียบร้อย จากนั้นเราก็เอาพระพุทธรูปเข้าบ้านใหม่เพียงแค่นี้ก็เสร็จพิธี
จากนั้นเราก็ทำการเลี้ยงคนหรือว่าแขกที่มาร่วมงานเพราะว่าการที่เราทำบุญใหญ่ ก็ต้องมีเสียค่าการเลี้ยงแขกเป็นธรรมดา
ดังนั้นเมื่อเราจัดงานเราก็ต้องดูกำลังเราด้วยว่าต้องการแบบไหน